วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

10 ถนนมหัศจรรย์ที่ควรไปท่องเที่ยว






          ถนนบนโลกนี้มีมากมายหลายสาย หลายเส้นทาง แต่คุณหรือไม่ว่าจะมีสักกี่เส้นที่มีเรื่องราวดี ๆ คอยบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ตามทางเหล่านั้น และจะทำให้คุณรู้สึกว่า บางที "ระยะทาง" สำคัญกว่า "จุดหมายปลายทาง" วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ จาก opentravel.com มาแนะนำให้เพื่อน ๆ ดูกันค่ะ



ภาพประกอบโดย Songquan Deng/ Shutterstock.com

 1. ถนนบรอดเวย์ - นิวยอร์ค์ ซิตี้ สหรัฐอเมริกา

          แท้จริงแล้วถนนแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมสำหรับชาวนิวยอร์คสักเท่าไหร่ (ยกเว้นเทศกาลปีใหม่ที่คนมักเข้ามารวมตัวบนถนนแห่งนี้ บริเวณตึกไทม์ สแควร์) แต่บรรดานักท่องเที่ยวมักจะเลือกเข้ามาเยี่ยมเยียนศูนย์กลางแห่งอุตสาหกรรม ภาพยนตร์เป็นอันดับแรก และบริเวณรอบ ๆ ไทม์ สแควร์ ก็มีบิลบอร์ดเป็นจำนวนมาก ที่ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่งชาวนิวยอร์คเอง และเชื่อหรือไม่ว่าถนนบรอดเวย์สายนี้เป็นหนึ่งในถนนสายที่ยาวที่สุดในโลก และสำหรับใครที่ไม่ชอบบรรยากาศถนนที่เสียงดัง เต็มไปด้วยความบันเทิงมากนัก ที่นี่เหมาะกับคุณมาก ๆ เลยล่ะ



 2. ถนนฌ็องเซลิเซ่ - กรุงปารีส ฝรั่งเศส

          ฌ็องเซลิเซ่ถือเป็นถนนที่โด่งดังที่สุดสายหนึ่งในโลก และเป็นถนนที่มีความสวยงามที่สุดในกรุงปารีส นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามถนนสายนี้ไปสู่ประตูชัยนโปเลียน ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ระหว่างทางจะเรียงรายไปด้วยความหรูหราของสินค้าและแฟชั่น และยังเป็นที่ตั้งของภัตตาคาร ร้านอาหารมากมาย เป็นถนนแห่งความบันเทิงและความหลากหลายของผู้คน



 3. คลองเวนิส - เมืองเวนิส อิตาลี

          หากจะเรียกว่าถนนก็ไม่เชิง เพราะถนนสายนี้เป็นสายน้ำตลอดแนว ซึ่งหากใครมีโอกาสได้มา เวนิส เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดเมืองแห่งความโรแมนติก ควรจะมาล่อง "เรือกอนโดลา" ชมความงาม 2 ข้างทางของคลองแห่งนี้ โดยที่ระหว่างทางคุณสามารถชื่นชมความงามของบ้านเรือนริมน้ำ และที่สำคัญจะต้องไปข้าม "สะพานริอัลโต" ซึ่งครั้งก่อนเคยเป็นสะพานเพียงแห่งเดียวที่สามารถใช้ข้ามคลองได้ และหากใครมาแล้วไม่ได้ข้าม ถือว่ามาไม่ถึงที่ นอกจากนี้ ถือว่าเป็นจุดถ่ายภาพที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วย

ภาพประกอบโดย Andy Z./ Shutterstock.com

 4. ถนนสตริป - นครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

          "เมืองแห่งคนบาป" เป็นฉายาอันเลื่องลือของลาส เวกัส ซึ่งอยู่ขนานไปกับถนนลาส เวกัส หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ "เดอะ สตริป" มากกว่า เดอะ สตริปเป็นอีกที่หนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งศูนย์รวมความบันเทิงต่าง ๆ ไว้ทีนี้ และฉายาเมืองแห่งคนบาป ก็มาจากที่นี้เจริญเติบโตจากธุรกิจการพนัน เพราะมีคาสิโนเป็นจำนวนมาก มีโรงเรมที่พักสุดหรูมากมาย เต้นท์คณะละครสัตว์ หอไอเฟลจำลอง นอกจากนั้นยังมีการแสดงน้ำพุที่เบลลาจิโอ สมกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "นครที่ไม่เคยหลับใหล" จริง ๆ



 5. ซลาตา ยูลิคก้า - ปราก สาธารณรัฐเชค

          ซลาตา ยูลิคก้าหรือ โกลเด้น เลน (เรียกตามภาษาอังกฤษว่า ถนนสายทองคำ) เป็นถนนสายสั้น ๆ แต่กลับมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เส้นทางไปบรรจบกับ ปราสาทกรุงปราก หนึ่งในสถานที่สุดน่ารัก ที่มักจะมีคนเอาไปเป็นแบบประดิษฐ์เป็นของที่ระลึก และตามแนวถนนสายนี้เรียงรายด้วยตึกแถวหลังเล็ก ๆ สีสดใส ที่นักท่องเที่ยวมักจะไปเก็บภาพเป็นที่ระลึก และตามประวัติที่เล่ากันมาว่า ที่แห่งนี้เคยเป็นบ้านพักของทหารยามเฝ้าพระราชวัง และยังเคยเป็นสถานที่ซึ่งนักเคมีได้ทดลองที่จะเปลี่ยนเหล็กให้เป็นทองคำ จึงเป็นที่มาของชื่อ โกลเด้น เลน




 6. ถนนลอมบาร์ด - ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

          สุดยอดถนนที่ได้ชื่อว่าคดเคี้ยวที่สุดในโลก ซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดและท้าทายนักขับรถทั้งหลาย ที่ต้องการจะมาพิสูจน์ฝีมือกับเส้นทางเดินรถทางเดียวอันสูงชัน และโค้งหักศอก 8 โค้งอันลือลั่นแห่งนี้ นอกจากนั้น 2 ข้างทางก็ยังมีการตกแต่งดอกไม้เพิ่มความสวยงามให้กับถนนแห่งนี้อีกด้วย

ภาพประกอบโดย nito / Shutterstock.com

 7. ลา แรมบลาส์ - เมืองบาร์เซโลน่า สเปน

          ลา แรมบลาส์ เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่าง พลาซ่า คาตาลุนย่า กับ อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เป็นสถานที่นัดพบปะยอดนิยมของชาวคาตาลัน แหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นเวทีสำหรับเหล่าศิลปินข้างถนน เพื่อแสดงผลงานของตัวเอง คุณจะไม่มีวันเบื่อกับการทอดน่องชื่นชมสิ่งต่าง ๆ ระหว่างถนนเส้นนี้อย่างแน่นอน สูดลมหายใจลึก ๆ ราวกับว่าเดินผ่านร้านดอกไม้อันหอมหวล แล้วปล่อยให้หูรื่นรมย์ไปกับเสียงนกร้องในตลาดนกอันมีชื่อเสียง ส่งรอยยิ้มงาม ๆ ให้กับผู้ที่เดินผ่านไปมา และจงสนุกกับชีวิตแบบคนทางใต้ดูสิ แค่นี้ก็สุขเป็นไหน ๆ

ภาพประกอบโดย Nadiia Gerbish / Shutterstock.com

 8. ถนนอ็อกซ์ฟอร์ด - กรุงลอนดอน อังกฤษ

          สุดยอดแหล่งช้อปปิ้งที่แสนจะคึกคักที่สุดของยุโรป คงต้องยกให้กับย่านถนนอ็อกซ์ฟอร์ดแห่งนี้ ซึ่งมีร้านค้าให้ขาช้อปได้เดินเลือกซื้อถึงประมาณ 550 ร้าน และเปิดทุกวัน โดยที่บรรดาห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ทั้งหลายนั้นเริ่มมาตั้งแต่ มาเบิ้ล อาร์ช ไปจนถึง อ็อกซ์ฟอร์ด เซอร์คัส นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังเป็นเหมือนแหล่งรวมแฟชั่นแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ให้คุณได้ติดตามเทรนด์แฟชั่นนี้ได้อีกด้วย ฉะนั้น หากใครมีโอกาสได้มาลอนดอน คุณต้องมาเยือนทีนี่สักครั้ง



 9. ถนนออกัสตา - เมืองลิสบอน โปรตุเกส

          ถนนออกัสตา ตั้งอยู่กลางจตุรัสของใจกลางเมืองลิสบอน แน่นอนเลยว่าคุณจะต้องหลงรักเจ้าถนนสายนี้แน่ เพราะมันเป็นสถานที่ที่จะได้พบกับผู้คนอันหลากหลาย และสิ่งแปลกตามากมายที่สามารถพบเห็นได้บนถนนแห่งนี้ ตั้งแต่นักธุรกิจผู้เร่งรีบ นักท่องเที่ยว คนขายดอกไม้ คนขายถั่ว และบรรดาเหล่าศิลปินทั้งหลาย ที่จะมอบความบันเทิงบนท้องถนนไปตลอดทาง ทำให้ถนนที่ดููเหมือนจะแสนธรรมดา กลับน่าสนใจขึ้น แถมยังมีร้านกาแฟริมถนน ให้คุณจิบกาแฟและทอดอารมณ์ชื่นชมกับบรรยากาศรอบ ๆ ตัว แถมยังมีแหล่งช้อปปิ้ง ตลาด และร้านรวงต่าง ๆ ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายใช้สอยอีกด้วย



 10. อุนเทอร์เดินลันเดิน - กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี

          คุณอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อถนนี้มาก่อนเลย แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นที่ ๆ ดึงดูดความสนใจผู้คน ให้เข้ามาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก เพราะ "อุนเทอร์เดินลันเดิน" ได้ชื่อว่าเป็นหัวใจหลักส่วนหนึ่งทางประวัติศาสตร์ของกรุงเบอร์ลิน ช่วงกลางวันนั้นนักท่องเที่ยวจะไปตามเก็บภาพอันงดงาม ตระการตาทางประวัติศาสตร์ที่มีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ส่วนยามค่ำคืนมาเยือน ก็เปลี่ยนอารมณ์มาเที่ยวคลับสุดชิค เก๋ ๆ เร่งจังหวะชีวิตตัวเอง

ที่มา http://travel.kapook.com/view33629.html

5 สถานที่ท่องเที่ยวในโลก ที่ครั้งหนึ่งต้องไปเยือน






           เปิดศักราชใหม่มาไม่นาน หลาย ๆ คน คงเริ่มวางแผนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อนตามสถานที่ต่าง ๆ กันแล้วใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม เพื่อน ๆ คงมีเลือกไว้ในใจกันบ้างแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี วันนี้ทางกระปุกดอทคอม ได้นำข้อมูลจาก เว็บไซต์ฟอร์บ ซึ่งคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาแนะนำให้ชมเพื่อเป็นตัวเลือกในทริปท่องเที่ยวของคุณกันค่ะ งั้นจะช้าอยู่ใย เรามาดูเลยดีกว่า...




 1. ล่องเรือที่แกรนด์ แคนยอน (Grand Canyon)

           แกรนด์ แคนยอน อยู่ในรัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สุดฮอตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เดินทางมาที่นี้มากกว่าล้านคน เพื่อมาพักผ่อนและล่องเรือผจญภัยในหุบเขาที่ซุกซ่อนความมหัศจรรย์นี้เอาไว้ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี้ก็จะมีหลายแบบ ทั้งมากันแบบครอบครัวและเหล่าเดอะแก็งค์ผู้รักการผจญภัยทั้งหลายหรือแม้กระทั่งชาวแบ็คแพ็คเกอร์ที่แบกเป้ใบเดียวมาลุย 

           ทั้งนี้ การผจญภัยจะเริ่มต้นล่องเรือยางที่แม่น้ำ โคโลราโด้ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณกับเพื่อน ๆ จะต้องช่วยกันพายเรือ บนสายน้ำที่ไหลอย่างรวดเร็ว ลัดเลาะไปตามเส้นทางต่าง ๆ อันน่าตื่นเต้น และจะกระตุ้นสารอะดรีนาลีนของคุณให้พุ่งพล่าน  ส่วนในยามค่ำคืนคุณยังสามารถตั้งแคมป์ไฟ นอนชื่นชมดวงดาวอันสวยงามบนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ไร้ซึ่งเมฆมาบดบัง และนั่งคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับเพื่อน ๆ พร้อมทั้งเก็บความทรงจำอันแสนพิเศษใน แกรนด์ แคนยอน กลับบ้านไป 




 2. ตะลุยเกาะอีสเตอร์ ในชิลี (Easter Island, Chile)
 
           เกาะอีสเตอร์ หรือตามภาษาท้องถิ่นเรียกว่า  เกาะราปานุย (Rapa Nui)  ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ในการปกครองของประเทศชิลี โดยเกาะนี้มีลักษณะโดดเด่นที่สำคัญอย่างรูปปั้นหิน โมอาย (Moai) ซึ่งทำจากหินและกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบว่าที่มาของการสร้างประติมากรรมหินพวกนี้ แต่ความลึกลับและความเก่าแก่ของมันก็เป็นจุดเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว 

           นอกจากนี้ หากคุณต้องการจะพักผ่อนบนเกาะที่เงียบสงบแห่งนี้ ทีนี้ก็มีบ้านพัก "The Posada de Mike Rapu" ที่ได้รับรางวัลว่าเป็นรีสอร์ทที่สร้างขึ้นโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่หนึ่ง ซึ่งทางรีสอร์ทยังเตรียมทริปทัวร์เกาะแห่งนี้ไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการเดินเท้า มอเตอร์ไซด์หรือแม้กระทั่งทางเรือเองก็มีเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า จัดเต็ม


 

 3. ท่องซาฟารีเสือ ในอินเดีย (Tiger Safari)

           สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการส่องดูชีวิตเสือแบบไร้ซึ่งกรงขังมากั้นขวาง เพื่อสัมผัสถึงบรรยากาศที่แท้จริงตามธรรมชาติของพวกมัน จะต้องไม่พลาดทริป Tiger Safari ในประเทศอินเดียอย่างแน่นอน โดยคุณจะต้องเช่าเครื่องบินส่วนตัวเหมาลำบินไปสู่บ้านของบรรดาเสือสายพันธุ์ต่าง ๆ อย่างที่อุทยานแห่งชาติ Corbett  และ  Bandhavgarh ที่ซึ่งคุณสามารถสังเกตและเฝ้าชม การใช้ชีวิตที่แท้จริงของเสือเจ้าป่า ว่ามันใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไรบ้าง ในแบบที่คุณไม่มีวันได้เห็นในสวนสัตว์ทั่วไปอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังจะได้ชิมรสชาติอาหารอินเดียแบบดั้งเดิมและขี่ช้างชมธรรมชาติอีกด้วย




 4. พิชิตความหนาวเหน็บที่ แอนตาร์กติกา (Antarctica)

           หากอยากจะเผชิญความหนาวเย็นของหิมะ ก็ต้องลุยให้ถึงสุดขั้ว งั้นเก็บกระเป๋า เตรียมเสื้อกันหนาว (หนา ๆ) ตีตั๋วบินไปเลยที่ แอนตาร์กติกา ในแถบบริเวณขั้วโลก ซึ่งช่วงเวลาที่คุณบินไปที่ดินแดนแห่งธารน้ำแข็งนี้ คุณยังได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามในระหว่างเดินทางนี้ด้วย โดยที่คุณจะไม่รู้สึกเบื่ออย่างแน่นอน และเมื่อเดินทางไปถึง คุณก็จะได้พบกับภูเขาน้ำแข็งที่สูงโดดเด่น เรียงรายรอต้อนรับเราอยู่ ธารน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบที่รอให้คุณไปสัมผัสความเย็นยะเยือก แล้วไหน ๆ ก็เหยียบพื้นหิมะทั้งทีแล้วจะไม่เล่นสักหน่อย มันก็ยังไงอยู่น้า ลุยโลด!!


 

 5. ชื่นชมความงามแบบธรรมชาติ ในภูฏาน (Bhutan)

           ดินแดนมังกรสายฟ้าอย่างประเทศ ภูฏาน เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีขนาดเล็ก และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศอินเดียกับจีน โดยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะกับคนชอบธรรมชาติที่งดงามและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม 

           ซึ่งไฮไลท์เด็ดที่ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง คือ การเดินทางมาชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาหิมาลัยทีสูงเด่นเป็นสง่า อีกทั้งด้วยความที่เป็นประเทศที่มีภูเขาจำนวนมาก จึงมีนักท่องเที่ยวผู้รักการปีนเขาเดินทางมาปีนเขาอยู่เป็นจำนวนมาก และสภาพบ้านเมืองก็คงความสวยงามตามธรรมชาติเอาไว้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ สีสันวัฒนธรรมพื้นเมืองและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้าน ก็เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยียนในดินแดนแห่งนี้และทำให้อยากกลับมาเที่ยวที่นี้อีกครั้ง



ที่มา http://travel.kapook.com/view35993.html

http://travel.kapook.com/view39309.html






          พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ อะควาเรี่ยม เป็นสถานที่สุดวิเศษที่เราจะได้ไปสัมผัสกับชีวิตโลกใต้น้ำอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนปลามากมายที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ ทิศทางการว่ายของปลา หรือปลาหายากขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทร สิ่งเหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูมหัศจรรย์ทุกครั้งที่ได้เห็น  และไม่ว่าตู้ปลานั้นจะเป็นตู้ปลาขนาดเล็ก หรือเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีปลาหลากหลายสายพันธุ์ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์สัตว์ก็ยังคงน่าตื่นตาตื่นใจเสมอ ดังนั้น วันนี้ เว็บไซต์ Mediadump จึงรวบรวมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และมีความสวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สวยที่สุดในโลก 5 อันดับ มาฝากกันค่ะ

ตู้ปลาแห่งกรุงเบอร์ลิน (Berlin Aquadom)


          สิ่งที่โดดเด่นมีชื่อเสียงในโรงแรม Radisson SAS แห่งกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน คือ ตู้ปลาขนาดใหญ่กว่า 25 เมตร โดยตู้ปลาที่นี่ได้รับการออกแบบให้มีลิฟต์โปร่งแสงตรงใจกลางของตู้ปลา ที่นี่มีปลาทั้งหมด 2,600 ตัวจาก 56 ชนิดที่แตกต่างกันออกไป บรรจุน้ำทะเลหนักกว่า 198,000 กิโลกรัม จนทำให้ได้รับการขนานนามว่า ตู้ปลาทรงกระบอกที่ใหญ่ที่สุดในโลก


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจอร์เจีย (Georgia Aquarium)




          พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจอร์เจีย เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ที่นี่มีสัตว์ทะเลรวมกันกว่า 120,000 ตัว จากประมาณ 500 ชนิด นอกเหนือจากปลาทะเลหลากหลายสายพันธุ์แล้ว ที่นี่ยังจัดฉายภาพยนตร์ 4D ให้กับผู้ชมที่มาเยี่ยมเยียนพิพิธภัณฑ์อีกด้วย


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ (Dubai Aquarium)



          พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าดูไบมอลล์ ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่มีสัตว์น้ำกว่า 33,000 ตัว และมีสัตว์น้ำกว่า 150 ชนิดที่อาศัยอยู่รวมกัน


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่า ชูราอุมิ (Okinawa Churaumi Aquarium)



          พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 ส่วนชื่อ ชูราอุมิ มาจากคำว่า ชูระ ที่แปลว่า สวยงาม และคำว่า อุมิ ที่แปลว่า ทะเล พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้มีตู้ปลากว่า 77 แห่ง บรรจุปลากว่า 26,000 ตัวที่อาศัยอยู่ร่วมกันจากทั้งสิ้น 740 ชนิด


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสองมหาสมุทร (Two Oceans Aquarium)




          พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งชื่อของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ ก็ตรงกันกับการที่ทางพิพิธภัณฑ์ ได้รวบรวมสัตว์ทะเลที่มาจากสองมหาสมุทร นำมาไว้รวมกันโดยสัตว์ทะเลเหล่านี้จะมาจากมหาสมทุรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งขนาบข้างทวีปแอฟริกา ที่นี่ มีสัตว์ทะเลทั้งหมดกว่า 3,000 ตัว จากส่วนจัดแสดงกว่า 7 แห่งรวมกัน


ที่มาhttp://travel.kapook.com/view39309.html

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง



10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก honestlywtf.honestlywtf.netdna-cdn.com , cinqueterre.a-turist.com , smilepanic.com , ukiedaily.com 

          สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในต่างแดน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะบินไปเที่ยวในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา เพื่อไปช้อปปิ้ง หาของกินอันเลื่องชื่อและถ่ายรูปกันตามสถานที่ชื่อดังที่คนนิยมไปกัน เช่น ลอนดอน ปารีส กรุงโรม นิวยอร์ก เป็นต้น

          แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามซุกซ่อนอยู่บนโลกใบนี้ ซึ่งบางแห่งหลาย ๆ คน อาจไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำไป วันนี้กระปุกดอทคอมจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามแบบสุด ๆ ชนิดที่ว่า ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิตมาเผยให้ทราบกัน

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 1. อุโมงค์วิสเทอเรีย (Wisteria Tunnel)

          สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดอกไม้นานาพันธุ์ จะต้องหลงรักอุโมงค์วิสเทอเรียอย่างแน่นอน โดยอุโมงค์ดอกไม้แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่สวนคาวาชิ ฟูจิ ในเมืองคิตะกีวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งภายในอุโมงค์จะมีดอกไม้สีสันสวยงามต่าง ๆ ห้อยอยู่ด้านบน เรียงกันเป็นแถว ๆ ยาวไปตามเส้นทาง ที่เมื่อเดินเข้าไปแล้วจะรู้สึกเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์แมกไม้เลยที
เดียว

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 2. ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre)

          ชิงเกว แตร์เร คือ ส่วนประกอบของหมู่บ้านหลากสีทั้ง 5 แห่ง ที่อยู่ติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ในประเทศอิตาลี ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ต้องการมาชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของตึกรามบ้านช่องที่ถูกฉาบไว้ด้วยสีสันสะดุดตามากมาย ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสที่อยู่ด้านหลัง เรียกได้ว่าสถานที่ ๆ มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 3. โรงแรมเมจิค เมาน์เท่น (Magic Mountain hotel)

          เมื่อดูภายนอกของโรงแรมแห่งนี้ อาจดูเหมือนเป็นสถานที่ใช้สำหรับถ่ายหนัง เพราะโรงแรมเมจิค เมาน์เท่น มีรูปทรงคล้ายกับภูเขาสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ในป่าเขียวชะอุ่ม ซึ่งมีน้ำตกพวยพุ่งไหลงลงมาจากด้านบนภูเขาอีกด้วย จนแทบไม่น่าเชื่อว่ามันคือที่พักสำหรับคน โดยโรงแรมภูเขาสุดหรูแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวภายในอุทยานฮุยโล ฮุยโล (Huilo Huilo) บริเวณแคว้นลอส ริออส ประเทศชิลี

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 4. ครุ๊ก ฟอเรสท์ (Crooked Forest)

          ครุ๊ก ฟอเรสท์ เป็นสถานที่ตามธรรมชาติซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศโปแลนด์  โดยสิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความแปลกพิสดารไม่เหมือนใครตรงที่ ต้นสนจำนวนมากประมาณ 400 ต้น ที่อยู่ในผืนที่แห่งนี้ มีลักษณะโค้งงอบริเวณโคนต้นผิดจากต้นไม้ทั่วไป ซึ่งประวัติของพวกมันทราบแต่เพียงว่ามีคนมาปลูกเอาไว้ในปี 1939 แต่ก็ไม่มีใครทราบทำไมมันถึงมีรูปร่างเช่นนี้ 

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 5. อุโมงค์แห่งความรัก (Tunnel Of Love)

          อุโมงค์ต้นไม้ขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเขียวแห่งนี้ ตั้งอยู่บนรางรถไฟเก่าแห่งหนึ่งในเมืองคลีเวน ประเทศยูเครน ซึ่งสาเหตุที่ได้ชื่อว่าเป็น "อุโมงค์แห่งความรัก" เกิดจากเหล่าบรรดาคู่รักนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ชอบมาเดินเที่ยวเล่นกันภายในอุโมงค์แห่งนี้อยู่เสมอ

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 6. บ่อน้ำพุร้อน บลู ลากูน (Blue Lagoon Hot Springs)

          บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยบรรยากาศของสถานที่จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว ที่แม้อากาศจะหนาวเหน็บขนาดไหน แต่อุณหภูมิของน้ำในบ่อก็ยังคงร้อนอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่สร้างความอบอุ่นในวันที่หิมะมาเยือนได้อย่างสบาย ๆ


10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 7. ไอซ์ แคนยอน (Ice Canyon)

          หุบเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ เกิดขึ้นจากการละลายตัวของก้อนน้ำแข็งจำนวนมาก โดยมีความลึกถึง 150 ฟุต ในกรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศเดนมาร์ก แม้ดูเผิน ๆ ดินแดนแห่งนี้อาจเป็นเพียงแค่พื้นที่ว่างเปล่า ที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งสีขาวทั่วไป แต่บริเวณช่องว่างในหุบเขาที่มองลงไปเห็นธารน้ำสีฟ้าใส ก็ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงเสน่ห์หุบเขาน้ำแข็งอันยิ่งใหญ่แห่งนี้อย่างง่ายดาย

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 8. บอล พีระมิด (Ball Pyramid)

          บอล พีระมิด คือ ภูเขาหินริมทะเลสูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยมีความสูงอยู่ที่ 562 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะลอร์ด ฮาว ในมหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งความจริงภูเขาหินแห่งนี้ เป็นส่วนที่เหลืออยู่ของภูเขาไฟรูปโล่ เมื่อประมาณ 7 ล้านปีที่แล้ว 

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 9. เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ (The Great Barrier Reef)

          เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ เป็นแนวปะการังนอกชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในทะเลคอรัล บริเวณนอกชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสถานที่แห่งนี้ยังได้รับความนิยมมากมายจากนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ต่างพากันยกนิ้วให้กับความสวยสดงดงามของแนวปะการังแห่งนี้

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

10 สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

 10. อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park)

          อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งเป็นอุทยานเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในประเทศโครเอเชีย โดยภายในอุทยานยังแวดล้อมไปด้วยป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ และมีธารน้ำตกมากมายหลายชั้น ที่สามารถสะกดนักท่องเที่ยวให้ตราตรึงกับบรรยากาศได้อย่างอยู่หมัด

ที่มาhttp://travel.kapook.com/view40795.html